Month: November 2014

BMECON 2014 by SATBME

BMECON 2014 by SATBME

ทางชมรมนิสิตนักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์แห่งประเทศไทย กำลังจะจัดงานประชุมวิชาการ Biomedical Engineering Conference หรือ BMECON ประจำปีการศึกษาที่ 2557 ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม พศ. 2558 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สถาบันเทคโนโลยีพระจ้อมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ จะมีการประกวดผลงานวิจัยด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกชมรม มหาวิทยาลัยละ 5 ผลงาน และ สำหรับงานวิจัยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้สิทธิไปเข้าร่วมในการะประชุมวิชาการ BMEICON ประจำปีการศึกษาที่ 2558

ผู้ที่สนใจจะส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในงาน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล และ ส่งเอกสารได้ที่ คณะกรรมการชมรมประจำมหาวิทยาลัยของท่าน

กติกาการสมัคร
1. จับกลุ่มทีมละ 3 คน จำนวน 5 ทีม/สถาบันการศึกษา เพื่อส่งผลงานเข้าประกวด
2. แต่ละกลุ่มมีเวลาพรีเซนต์ผลงานกลุ่ม ละ 10นาที
3. สมาชิกในกลุ่มต้องได้พรีเซนต์ทุกคน
4. ผลงานนั้นต้องจัดทำเป็นไฟล์ PDF ลักษณะเป็น research paper และส่งให้คณะ กรรมการกลางของแต่ละสถาบันเป็นผู้ตัดสินเบื่องต้นว่า 5 ทีมที่จะได้รับเลือกมาพรีเซ้นต์มีทีมไหนบ้าง ทางคณะกรรมการกลางจะเป็นผู้อัพโหลดไฟล์ให้เอง
5. มีเวลาส่งผลงานได้ถึงวันที่ 15/ มกราคม/ 2558
6. ผลงานนั้นอาจจะเป็นโปรเจกต์ หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องก็ได้
7. ผู้เข้าประกวดผลงานกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 1 – 4 ในสาขาที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมการทำงานของเซลล์สมองด้วยด้วยแสง เป็นเสาหลักสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับผลของ อาการซึมเศร้า การติดยา และโรคพาร์กินสัน กับ สภาพของเซลล์สมอง

การควบคุมการทำงานของเซลล์สมองด้วยด้วยแสง เป็นเสาหลักสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับผลของ อาการซึมเศร้า การติดยา และโรคพาร์กินสัน กับ สภาพของเซลล์สมอง

5eabe607-dd3f-4f26-85ad-dc2a33b4d869-1414096497255

การควบคุมการทำงานของเซลล์สมองด้วยด้วยแสง เป็นเสาหลักสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับผลของ อาการซึมเศร้า การติดยา และโรคพาร์กินสัน กับ สภาพของเซลล์สมอง ซึ่งจำเป็นต้องใช้อิเล็กโทรดในการวัดการตอบสนองของเซลล์ ซึ่งมีความจำเป็นต้องสามารถให้แสงผ่านได้ เพื่อที่จะสามารถวัดการตอบสนองได้แม่นยำมากขึ้น

ในช่วงแรก ได้มีการใช้อิเล็กโทรดที่ทำมาจากออกไซด์โลหะผสม อินเดียม-ดีบุก (In-Sn) ที่สามารถให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในบางช่วงความถี่ผ่าน ขึ้นมาแทนอิเล็กโทรดโลหะบาง และต่อมาได้มีการค้นพบว่า อิเล็กโทรดกราฟีนมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า

University of Wisconsin-Madison ได้มีการทดลอง สร้างอิเล็กโทรดจากกราฟีน 4 ชั้น แต่ละชั้นมีความหนา 1 อะตอม และ ถูกกั้นด้วยพอลิเมอร์ที่ต้านการสะสมของความชื้น ซึ่งอิเล็กโทรดนี้มีสามารถให้ ซึ่งทำให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตั้งแต่ย่านอินฟาเรด (infrared) ถึง อัลตราไวโอเล็ต (ultraviolet) ผ่านได้มากถึง 90% ซึ่งมากกว่าอิเล็กโทรดออกไซด์ อินเดียม-ดีบุก (80%) และ อิเล็กโทรดโลหะบาง (60%)

อิเล็กโทรดดังกล่าว ยังเข้ากันได้กับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านอื่นๆ ซึ่งทำให้เหมาะสมที่จะใช้ในเครื่องสร้างภาพทางการแพทย์ เพื่อที่จะศึกษาผลของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือยา ต่อผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในสมอง เช่น โรคพาร์กินสัน และ ลมชัก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

http://spectrum.ieee.org/tech-talk/biomedical/devices/transparent-electronics-pave-way-for-better-brain-implants

Wyss Institute for Biologically Inspired Engineering at Harvard University ได้คิดค้น วิธีการตรวจหาเชื้อ อีโบล่า อย่างง่าย โดยการเคลือบสารที่ตัวชี้วัด (indicator)

 

 

Wyss Institute for Biologically Inspired Engineering at Harvard University ได้คิดค้น วิธีการตรวจหาเชื้อ อีโบล่า อย่างง่าย โดยการเคลือบสารที่ตัวชี้วัด (indicator)

eea159f7-8675-4bc5-acde-aace300c3bd3-1414508312673

Wyss Institute for Biologically Inspired Engineering at Harvard University ได้คิดค้น วิธีการตรวจหาเชื้อ อีโบล่า อย่างง่าย โดยการเคลือบสารที่ตัวชี้วัด (indicator) เมื่อนำไปสัมผัสกับเลือดของผู้ป่วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งการใช้ห้องทดลอง

เทคโนโลยีที่ใช้นั้น ไม่ได้ใช้วงจรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับเป็น การเคลือบสารที่มีความจำเพาะกับไวรัสไว้บนแผ่นกระดาษ ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้นี้ มีศักยภาพที่จะนำไปต่อยอดได้สูง โดยจะเป็นวิธีการทางเลือก ในการตรวจหาโรค และ สารเคมีต่างๆ ด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ถูกลง

วิธีดังกล่าว สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ การพัฒนาสาย RNA ประเภท “Toehold Hairpin RNA” ที่มีความจำเพาะต่อ mRNA ของไวรัส กับ การโมเลกุลที่ใช้ชี้วัด ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อถูกสัมผัสโดยเอนไซม์ อันเป็นผลผลิตมาจากปฏิกิริยาระหว่าง RNA ข้างต้น

Toehold Hairpin RNA ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ 1. Ribosome Binding Site Sequence ที่สามารถจับกับไรโบโซมสำหรับในการสร้างโปรตีน 2. Closure Sequence ที่ป้องกันการถอดรหัสพันธุกรรมในสภาวะปกติ (เมื่อไม่มีการจับกับ mRNA ที่จำเพาะ) 3. mRNA instruction sequence ที่มีหน้าที่ในการจับกับ mRNA เป็นหมายซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปร่าง และกระตุ้นให้เกิดการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อผลิตโปรตีนที่ต้องการ ซึ่งในที่นี้อยู่ในรูปของเอนไซม์

การเปลี่ยนสีที่เกิดขึ้น สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งกลุ่มนักวิจัยกำลังพัฒนา โปรแกรมที่จะช่วยให้ กล้องดิจิตอล โดยเฉพาะในมือถือ สามารถอ่านค่าการเปลี่ยนแปลงนี้

วิธีดังกล่าว สามารถลดต้นทุนการตรวจหาโรคลงเหลือ 0.02 ถึง 0.04 ดอลล่าสหรัฐ และ สามารถรู้ผลได้ภายใน 20 ถึง 40 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของ โมเลกุลตัวชี้วัด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

http://spectrum.ieee.org/tech-talk/at-work/test-and-measurement/printed-dots-detect-ebola-and-more-without-a-lab